ไฮไลต์ :: สเปอร์ส 0-0 อาร์เซนอล PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Tuesday, 10 February 2009 16:51

Spur

ศึกลอนดอนดาร์บี้แมทช์นัดนี้ตื่นเต้นกว่าทุกๆครั้งเพราะเป็นนัดแรกของร็อบบี้ คีนหลังกลับมาหนสองเช่นเดียวกับอังเดร อาร์ชาวินหอกทีมชาติรัสเซียที่ย้ายมาใหม่มีชื่อเป็นตัวสำรองร่วมกับเอดูอาร์โด้ ดา ซิลวาที่หายหน้าหายตาไปเกือบหนึ่งปีเลยทีเดียว

เริ่มเกมมาสเปอร์สลุยเข้าใส่เหมือนโกรธกันมา 10 ชาติและนาทีที่ 3 โมดริชเตะมุมย้อยเข้ามาผ่านผู้เล่นทีมเยือนถึงสามคนที่จั่วลมกันหมดยังดีที่ไม่มีแข้งไก่อยู่ด้านหลัง จากนั้นกัลลาส์หวดทั้งคนทั้งบอลใส่ร็อบบี้ คีนจนกลิ้งโคโร่แต่ผู้ตัดสินไมค์ ดีนไม่ว่าอะไร

ตอนนี้สภาพอากาศฝั่งสเปอร์สร่มเย็นสบายแต่พอข้ามมาฝั่งอาร์เซนอลแดดจ้ามองแล้วตาพร่าเรียกว่ากล้องทีวีปรับแสงแทบไม่ทัน

แต่โอกาสแรกของเกมนี้เป็นทีมเยือนในนาทีที่ 6 ฟสย เพอร์ซี่บังบอลแล้วหมุนพลิกจ่ายทะลุให้เอบูเอ้ที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงแตะบอลพรวดเข้าเขตโทษและเบียดจนดอว์สันล้มกลิ้งก่อนซัดด้วยอีขวาตรงระยะ 6 หลาบอลหักมุมถากเสาไกลออกไปแบบได้เสียว 
 


เกมแลกกันสนุกนาทีที่ 8 เลนนอนขึ้นมาทางปีกขวาก่อนกระชากหนีคลิชี่เข้าเขตโทษแล้วยิงด้วยอีซ้ายหัวเกือกแต่มุมมันแคบเลยเสร็จอัลมูเนียที่ล้มตัวเซฟเอาไว้สบาย

รูปเกมตอนนี้เข้าบอลกันเร็วถึงเนื้อถึงตัวตลอดทำให้ลูกโชว์ลูกเทคนิคยังไม่ค่อยได้งัดออกมาใช้มากเท่าไหร่นักและดูเหมือน"ปืนใหญ่"จะเริ่มตั้งเกมได้และนาทีที่ 14 ก็เป็นทีมเยือนอีกเมื่อเอบูเอ้ที่วันนี้เล่นดุทะลุเข้าเขตโทษก่อนจิ้มยิงติดเซฟคูดิชินี่ก่อนที่บอลจะนัวเนียนแล้วอเดบายอร์ซึ่งเข้าชาร์จเก็บตกถูกวู้ดเกทบล็อกก่อนที่หอกโตโกจะไปขัดขาวู้ดเกทไม่ให้ลุกขึ้นมาเล่นทำให้เอบูเอ้ยิงซ้ำดาบสองตุงตาข่ายจึงเป็นโมฆะไป

วันนี้คีนเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเพราะกล้าเล่นกล้าเลื้อยหลังถ่างออกไปล้วงบอลตรงปีกซ้ายและเข้าสู่นาที 22 สเปอร์สมีเปอร์เซนต์กลางครงบอลมากกว่าถึง 77-23 เข้าให้แล้ว

อีก 5 นาทีต่อมาโมดริชแทงบอลจากแดนกลางทะลุให้เลนนอนวิ่งโฉบตัดหน้าคลิชี่ที่มัวแต่รอบอลก่อนกระชากเข้าเขตโทษแล้วหักข้อยิงบอลไม่แรงค่อยกลิ้งออกหลังไป

โมดริชยังเป็นตัวแสบอีกแล้วหลังโชว์เทคนิคการหมุนตัวบังบอลแล้วพลิกหนีอเล็กซ์ ซงก่อนซัดเต็มข้อตรงหน้ากรอบโทษอย่างเทพแต่อัลมูเนียล้มตัวปัดออกหลังไปได้

คู่นี้ผลัดกันรุกเร็วมากเพราะอีกวินาทีถัดมา"ปืนใหญ่"เกือบได้ส้มหล่นเมื่อชอร์ลูก้าจะโชว์เหนือเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนบอลเมื่อพยายามบังบอลให้ออกเส้นหลังแต่ความแรงมันไม่มากพอทำให้นาสรี่วิ่งมาเบียดแซะก่อนข้ามเส้นนิดเดียวเป็นเหตุทำให้คลิชี่ทิ่งวิ่งมาด้วยกันกระชากไต่เส้นเข้าเขตโทษก่อนเปิดยัดเข้ากลางดีที่เพื่อนช่วยเคลียร์ทิ้งก่อนไม่งั้นงานเข้าแน่

แต่แล้วนาที 34 อาร์แซน เวนเกอร์ปวดขมับหลังอเดบายอร์วิ่งไล่บอลไปกับวู้ดเกทอยู่ดรๆก่อนร้องลั่นเพราะเอ็นหัวเข่ากระตุกจนขาลากทิ้งตัวร้องอย่างเจ็บปวด กล้องจับไปที่เบนด์เนอร์กับอาร์ชาวินที่วิ่งซ้อมอยู่ที่ข้างสนามทันที

อย่างไรก็ตามอีก 3 นาทีต่อมาจุดเปลี่ยนของเกมแบบงงเกิดขึ้นเมื่อเอบูเอ้ถูกไล่ออกหลังไปมีเรื่องกับโมดริชตรงกลางสนามจังหวะที่ไม่มีบอล ตอนแรกไมค์ ดีนแจกให้แค่โมดริชแล้วทิ้งช่วงราว 20 วินาทีด้วยการจดชื่อโมดริชแล้วก็คุยกับผู้เล่นอาร์เซนอลที่เข้ามาประท้วงจนเอบูเอ้นึกว่ารอดแล้วทำเป็นสมานฉันท์กับโมดริชและวิ่งหนีไปเลยแต่ดีนจดชื่อเสร็จก็เรียกมาก่อนแจกใบเหลืองที่สองไล่ออกทันที จากภาพช้าเป็นจังหวะที่เอบูเอ้ออกบอลไปแล้วแต่โมดริชมาแถมจนดาวเตะผิวสีมาจระเข้ฟาดหางเอาคืน

วันนี้ปาลาซิออสสุดยอดมากเรียกว่าภายในนาทีเดียวตัดบอลแย่งบอลสำคัญๆได้ถึง 3 ครั้งจนแฟนร้องเฮก่อนที่กล้องจะจับมาที่เร้ดแนปป์ซึ่งหมายความว่าซื้อตัวได้แจ่มมาก

แถมช่วงทดเจ็บนาทีที่ 3 ปาลาซิออสยิงไกลเต็มๆบอลแสกหน้าอัลมูเนียที่ต้องผวาปัดทิ้งออกหลังไปก่อน หมดครึ่งแรกเป็นสเปอร์สที่เล่นดีกว่าและตอนนี้ได้เปรียบตัวผู้เล่นแล้ว

ครึ่งหลังเล่นมา 5 นาทีพาฟลูเชนโก้วิ่งมาเอาบอลตรงปีกซ้ายโดยมีตูเร่ตามมาแต่จังหวะเจอล็อกเข้าในแข้งไอเวอรี่โคสต์เสียหลักล้มและแม้พยายามจะหวดบอลแต่ก็ไม่ถึงปล่อยให้ดาวเตะหมีขาวกระชากเข้าเขตโทษก่อนตัดสินใจยิงจะให้ปั่นเสียบหน้าต่างไกลแต่บอลทะลุข้ามคานออกไปแบบไม่มีลุ้น เพื่อนๆโวยวายกันใหญ่เพราะมีมารอเข้าฮอร์ตถึง 3 คนเลยทีเดียว

"ปินใหญ่"สถานการณ์ไม่ดีขึ้นเพราะถูกยำใหญ่พาบอลมานวดหน้าประตูอยู่ข้างเดียวแถมจังหวะสวนกลับก็ขึ้นมาไม่เต็มสูบเหมือนเก่า

นาที 57 เลนนอนเปิดบอลสวยจากกรอบโทษฝั่งขวาเป็นคีนโหม่งตัดหน้าทุกคนตรงระยะ 6 หลารวมทั้งอัลมูเนียด้วยแต่บอลข้ามคานออกไปนิดเดียวเท่านั้น

"ไก่เดือยทอง"วูบวาบได้ใจก็จริงแต่จังหวะสุดท้ายเสียกันเองบ่อยมากทำให้ยิ่งเล่นยิ่งกดดันตัวเองเพราะตัวเหนือกว่าครองเกมมากกว่า

นาที 67 ทีมเยือนได้เตะมุมเป็นลูกเลียดของนาสรี่เข้าเขตโทษตรงระยะ 6 หลาให้ฟาน เพอร์ซี่จับแล้วควงตัวยิงด้วยอีซ้ายบอลแหกออกด้านข้างตาข่ายแบบเสียวสุดๆ
 
อีก 3 นาทีสเปอร์สเกือบพังอีกและจากลูกเตะมุมอีกแล้วคราวนี้ปาลาซิออสมัวแต่ไปแฮนด์ออฟยื้อกับซงตรงเส้น 6 หลาแล้วไม่ยอมมองบอลทำให้แข้งหัวยิกได้แปยิงบอลผ่านเสาออกหลังแบบน่าเข้าสุดๆ

นาที 72 คีโน่โชว์ทีเด็ดพักอกตรงหน้ากรอบโทษก่อนหมุนตัวยิงตามน้ำบอลหุบตกตรงใกล้ๆโคนเสาออกหลังเสียววาบ

ช่วง 15 นาทีสุดท้ายกลายเป็น"ปืนใหญ่"ที่หันมาเล่นดีกว่าและเป็นฝ่ายเข้าทำสเปอร์สได้มากขึ้นเรื่อยๆ

ช่วงทดเจ็บเบนด์เนอร์เกือบเป็นฮีโร่หลังฟานเพอร์ตวัดบอลตรงหน้าเขตโทษให้วิ่งเข้ายิงในกรอบแต่คูดิชินี่ผวาปัดออกหลังปลายมือสุดยอด

แต่จังหวะสวนกลับมาสเปอร์สพลาดโอกาสสุดสวยอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อทารับท์เลี้ยงมากับบอลจี้มาเรื่อยๆโดยไม่มีใครเข้าเพราะซ้ายขวาและกลางมีผู้เล่นเจ้าถิ่นอยู่ครบทำให้แข้งสำรองป้ายออกขวาให้โมดริชหลุดเข้าเขตโทษดวลกับอัลมูเนียแต่ดันไปยิงติดเซฟขาจอมหนึบเลือดสเปนอย่างไม่น่าเชื่อ

จบเกมเสมอกัน 0-0 ในแบบที่สเปอร์สผิดหวังมากกว่าเพราะมีโอกาสเยอะและตัวมากกว่าทำให้ตอนนี้ยังอยู่อันดับ 15 ส่วน"ปืนใหญ่"รั้งที่ 5 เท่าเดิมตามหลังโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกอยู่ 5 แต้มแต่อย่างน้อยๆอาร์เซนอลก็ยืดสถิติไม่แพ้สเปอร์สในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 19 ติดต่อกันแล้ว

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

สเปอร์ส : คาร์โล่ คูดิชินี่ 6.5,เวดราน ชอร์ลูก้า 5.5(ชิมบงด้า น.74,4),ไมเคิ่ล ดอว์สัน 7,โจนาธาน วู้ดเกท 7,อัสซู เอก็อตโต้ 6,แอรอน เลนนอน 8(ทารับท์ น.87),เจอร์เมน จีนาส 5.5,วิลสัน ปาลาซิออส 9 *,ลูก้า โมดริช 7.5,โรมัน พาฟลูเชนโก้ 5(เบนท์ น.64,5),ร็อบบี้ คีน 7

สำรองไม่ได้ลงสนาม : โกเมส,เบล,โซโกร่า,ฮัลเดิลสตัน

อาร์เซนอล : มานูเอล อัลมูเนีย 7.5,บาคารี่ ซาญ่า 6,โคโล่ ตูเร่ 5,วิลเลี่ยม กัลลาส์ 7,กาเอล คลิชี่ 5.5(กิบบส์ น.87),เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ 3,อเล็กซานเดอร์ ซง 6,เดลนิลสัน 5,ซาเมียร์ นาสรี่ 6,เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ 5(เบนด์เนอร์ น.38,6.5),โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ 7

สำรองไม่ได้ลงสนาม : ฟาเบียงสกี้,เอดูอาร์โด้,แรมซีย์,เฌอรู,อาร์ชาวิน

Credit: Soccersuck.com

Last Updated on Tuesday, 10 February 2009 20:40