|
ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ฤดูกาล 2008/2009 วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2552 สนาม : เวมบลีย์ ศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์หาทีมเข้าชิงชนะเลิศถ้วยน็อคเอาท์ อาร์เซน่อลประสบปัญหาขาดมานูเอล อัลมูเนียนายทวารมือหนึ่งและกองหลังที่เดี้ยงไปหลายรายทั้งวิลเลี่ยม กัลลาส , โยฮัน ฌูรู , บาการี่ ซาญ่า และกลาแอล กลิชี่ ดีที่ว่าคีแรน กิ๊บบ์สเช็คฟิตผ่านจึงยืนแบ็คซ้ายตามปกติโดยมีมิกาแอล ซิลแวสต์รับบทเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ขณะที่ลูคัส ฟาเบียนสกี้เฝ้าเสาฉลองวันเกิดอายุครบ 24 ปีพอดี แต่ซามีร์ นาสรี่กับอเล็กซ์ ซงถูกดร็อปเปิดทางให้อาบู ดิยาบี้ลงไปเติมความดุดันในแดนกลาง
ส่วนเชลซีมีกัปตันทีมจอห์น เทอร์พ้นโทษแบนจากเกมยุโรปกลับมาแทนริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ อีกทั้งนิโกล่าส์ อเนลก้ามีชื่อกลับมาเป็นตัวจริงอีกหนแทนที่ซาโลมง กาลู
อาร์เซน่อลเป็นฝ่ายลุยใส่ก่อนหลังเริ่มเขี่ยบอล แต่ผ่านมาเพียงสามนาทีก็โดนเชลซีโต้ด้วยลูกยาวจากกลางสนามริมกราบซ้ายของฟลอร็องต์ มาลูด้า แล้วฟาเบียนสกี้ทะเล่อทะล่าออกมานอกเขตโทษเยอะเลยโดนดิดิเยร์ ดร็อกบาโขกสวนเข้าหากรอบประตูทำเอากิ๊บบ์สต้องวิ่งตามไปเคลียร์ทิ้งโดยปะทะเข้ากับเสาด้วย แต่ไม่ถึงกับเจ็บเท่าไหร่
อย่างไรก็ดี ถึงนาทีที่ 18 เดอะ กันเนอร์สก็ทะลวงตาข่ายได้ก่อนเมื่ออเดบายอร์จ่ายบอลไปที่เส้นหลังด้านซ้ายให้กิ๊บบ์สตามไปตักเข้าหาเสาไกลอีกที เปิดทางให้ธีโอ วัลค็อตต์ได้แปด้วยเท้าซ้าย แม้จะเบาหวิวแต่บอลไปกระทบกำปั้นแอชลีย์ โคลจึงทำเอาปีเตอร์ เช็กเสียจังหวะปัดไม่หลุดบอลปลิวเข้ากระทบตาข่ายเป็นสกอร์นำ 1-0 ของทีมปืนใหญ่
เท่านั้นเอง สิงห์บลูส์ก็เดินเกมรุกเต็มถัง และเกือบได้คืนในนาทีที่ 23 จากจังหวะกระชากบอลเข้าเขตโทษด้านซ้ายของมาลูด้าโดยปีกผิวสีซัดผ่านฟาเบียนสกี้ที่เสาแรกได้แล้ว แต่บอลกลิ้งผ่านหน้าประตูไปชนิดที่ไม่มีใครตามมาเข้าฮอส
นาทีที่ 29 อาร์เซน่อลอาศัยบอลวางยาวจากกลางสนามของเชส ฟาเบรกาสโต้ได้น่ากลัวโดยมีวัลค็อตต์เกี่ยวไปยิงจาก 20 หลาถูกเช็คเซฟได้ แต่ก็มีธงยกขึ้นมาแล้วแม้ภาพรีเพลย์จะฟ้องว่าไม่ใช่ลูกล้ำหน้า
กระทั่งนาทีที่ 33 แฟนเชลซีก็ได้เฮกันบ้างจากลูกที่แฟร้งค์ แลมพาร์ดสาดยาวจากกลางสนามออกกราบซ้ายให้มาลูด้าลากเข้าเขตโทษแล้วล็อคหลบเอ็มมานูเอล เอบูเอ้ก่อนจะกดหักข้อเข้าเสียบเสาแรกโดยฟาเบียนสกี้พุ่งกลับมาปัดไม่ทันจึงเป็นอันว่าผลลัพธ์เปลี่ยนเป็น 1-1
นับจากนั้นเชลซีก็มั่นใจขึ้นเป็นลำดับ และในนาทีที่ 37 เดนิลสันก็เล่นประมาทดักบอลในเขตโทษของตัวเองได้ แต่กลับจ่ายสั้นๆให้ดิยาบี้เลยถูกอเนลก้าเบียดแย่งฉกไปยิงจาก 18 หลาชนโคนเสาทั้งๆที่ฟาเบียนสกี้ปัดไม่ถึงแล้ว
ให้หลังอีกสองนาที บรานิสลาฟ อีวาโนวิชก็มีใบเหลืองติดตัวข้อหาเสียบโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และถึงนาทีที่ 44 มิชาเอล บัลลัคก็ได้ใบเหลืองอีกรายโทษฐานรวบฟาเบรกาส จบครึ่งแรกทั้งสองฝ่ายจึงเสมอกันอยู่ที่ 1-1
ครึ่งหลังเชลซีออกสตาร์ตได้ดีกว่า แต่ผ่านพ้นหนึ่งชั่วโมงอาร์เซน่อลก็เริ่มตอบโต้ได้อย่างน่าหวาดผวา จวบจนนาทีที่ 68 ดร็อกบาก็ชิ่งบอลคืนให้แลมพาร์ดได้วอลเลย์ในเขตโทษด้านซ้าย แต่บอลหลุดเสาแรกออกไป
ผ่านมาถึงนาทีที่ 73 ผู้ตัดสินเป่าให้สิงโตลอนดอนได้ลูกฟรีคิกระยะ 32 หลาหลังเดนิลสันทำฟาวล์แลมพาร์ด แต่กองกลางปืนโตไม่พอใจฮึดฮัดยกแขนผลักใส่สิงห์เชิ้ตดำจึงโดนจดชื่อ ก่อนที่แลมพ์สจะวิ่งเข้ากระทุ้งไปชนกำแพง
ในที่สุด อาร์เซน่อลก็ส่งอังเดร อาร์ชาวินลงสนามในนาทีที่ 75 แทนฟาน เพอร์ซี่ที่ไม่มีส่วนร่วม
เกมมาถึงนาทีที่ 84 ก็เป็น เชลซี ที่ได้ประตูขึ้นนำเป็น 2-1 จากจังหวะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เปิดบอลให้ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา หลุดเดี่ยวเข้าไปล็อกหลบ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ผู้รักษาประตูปืนโต เข้าไปแปง่ายๆ
จากนั้นอาร์เซน่อลโหมบุกอย่างหนัก แต่สุดท้ายก็ตีเสมอไม่สำเร็จ จบเกม เชลซี เฉือนชนะ อาร์เซน่อล 2-1 ผ่านเข้าไปรอชิงชนะเลิศ โดยจะพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ เอฟเวอร์ตัน
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม อาร์เซน่อล : ลูคัส ฟาเบียนสกี้, เอ็มมานูเอล เอบูเอ้, โคโล่ ตูเร่, มิกาแอล ซิลแวสต์, คีแรน กิ๊บส์, ธีโอ วัลค็อตต์, เดนิลสัน, เชส ฟาเบรกาส, อาบู ดิยาบี้, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ สำรอง : วิโต้ มานโนเน่, ซามีร์ นาสรี่, คาร์ลอส เวล่า, อารอน แรมซี่ย์, อเล็กซานเดอร์ ซง, อังเดร อาร์ชาวิน, นิคลาส เบนท์เนอร์ เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, อเล็กซ์, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล, มิชาเอล บัลลัค, มิชาแอล เอสเซียง, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, ฟลอร็องต์ มาลูด้า, นิโกล่าส์ อเนลก้า, ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา สำรอง : เอ็นริเก้ อิลาริโอ, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, ฟรังโก้ ดิ ซานโต้, จอห์น โอบี มิเคล, ซาโลมง กาลู, ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ, ไมเคิ่ล มานเซียนน์ Credit: Siamsport.com |