ไฮไลต์ :: อาร์เซนอล 1-1 ลิเวอร์พูล PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Monday, 22 December 2008 21:30
Article Index
ไฮไลต์ :: อาร์เซนอล 1-1 ลิเวอร์พูล
Page #
All Pages

อเดบายอร์

ประตู : 1-0 ฟาน เพอร์ซี่ น.24,1-1 คีน น.42

วันนี้ลิเวอร์พูลไร้เงาราฟาเอล เบนิเตซที่พักรักษาตัวจากการผ่าตัดนิ่วทำให้แซมมี่ ลีมือขวาได้คุมทีมแทนแต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือฮาเวียร์ มาสเคราโน่เป็นไข้จนไร้ชื่อร้อนถึงลูคัส เลว่าต้องลงมาสำแดงเดชเอง

ด้านอาร์แซน เวนเกอร์จัดทัพแบบไม่ต้องคิดมากระบบ 4-4-2 ใช้หน้าคู่อเดบายอร์กับฟาน เพอร์ซี่และยังมีจอมทัพอย่างฟาเบรกัสและนาสรี่เหมือนเดิม

เกมช่วงต้นทั้งคู่เล่นกันอย่างรัดกุมโดย"หงส์แดง"ใช้หน้าตัวเดียวและยัดกลางแน่นเป็นฝ่ายรอรับสวนกลับตามสไตลส์ออกนอกบ้าน

ผ่านมา 6 นาทีลิเวอร์พูลยังเข็นเกมกันไม่ขึ้นแต่อาร์เซนอลแม้ได้ครองบอลมากกว่าแต่ก็ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเช่นกัน
 
นาทีที่ 10 กลายเป็นทีมเยือนได้โอกาสสุดสวยและน่าจะขึ้นนำสุดๆจากลูกสาดยาวจากแดนหลังเป็นคีนที่วิ่งออกตัวพอดีกับไลน์โดยมีคลิชี่ยืนแบ็คซ้ายเหลื่อมอยู่เลยหลุดไปถึงหน้ากรอบโทษโล่งๆแต่บอลมันเด้งพื้นลอยโด่งทำให้ต้องรอจังหวะก่อนแปะให้เจอร์ราร์ดมาวิ่งยิงแต่กัปตันทีมพลังไดนาโมวางเท้าไม่ดีบอลเลยเบาเข้าซองอัลมูเนียอย่างน่าเสียดาย

ทุกๆครั้งที่แข้ง"ปืนใหญ่"พาบอลกันขึ้นมาแนวรับลิเวอร์พูลต้องวิ่งกันเยอะมากเพราะแต่ละมูฟเมนท์ไม่อยู่กับที่จริงๆ

นาที 14 พอลิเวอร์พูลบุกมาแล้วทำไม่ได้เลยเจอสวนเป็นซาญ่าที่วิ่งลากบอลขึ้นมาก่อนเปิดเข้าในกรอบให้อเดบายอร์ทิ้งตัวโหม่งเช็ดแต่ยังดีที่ตรงตัวเรน่าที่ล้มตัวรับเอาไว้ได้

ถึงตอนนี้ต้องบอกว่า"หงส์แดง"ก็ต่อบอลได้ไม่น่าเกลียดเลยจะมาแย่ก็ตอน"ปืนใหญ่"ทำเกมรุกนวดจนเดอะค็อปนั่งกันเกร็งตลอด

แต่แล้วนาที 24 อาร์เซนอลมาขึ้นนำง่ายๆจากลูกวางยาวของซาเมียร์ นาสรี่ตรงกลางสนามข้ามหัวเซนเตอร์ให้ฟาน เพอร์ซี่ดูดบอลลงชนิดระดับโลกหนีแอกเกอร์ก่อนวิ่งตามมายิงด้วยอีขวาหนีบล็อกคาร์ราเกอร์ที่ตามมาเช็ดขี้บอลเบียดเสาแรกผ่านมือเรน่าเข้าไปสุดสวย

ปัญหาของทีมเยือนตอนนี้คือจังหวะจะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกกลางยังทำเกมไม่ขึ้นทำให้สตีเฟ่น เจอร์ราร์ดที่เล่นหน้าต่ำแทบไม่ได้บอลเลย

พอมีสกอร์ตอนนี้นักเตะ"หงส์แดง"วิ่งกันเป็นแมวน้ำหาบอลไม่เจอแล้วและอาร์เซนอลยิ่งชอบเพราะพื้นที่เยอะ ภาพจับไปที่ม้านั่งสำรองทีมเยือนเป็นสต๊าคโค้ชคนนึงนั่งคุยมือถือก่อนเดินมากระซิบกับเปเญรกิโน่น่าจะเป็นสายตรงจากราฟาแน่นอน

นาที 33 เจอร์ราร์ดถูกเดนิลสันทำฟาว์ลระยะ 25 หลาได้ฟรีคิกแต่กัปตันทีมปั่นข้ามกำแพงเลี้ยวไปเข้ามืออัลมูเนียที่ยืนดักอยู่แล้ว ภาพตัดมาที่สต๊าฟโค้ชหงส์นั่งคุยโทรศัพท์แล้วมือถือกระดาษ a4 อยู่ไม่รู้ใช่ลิสต์ใต้ดินงวดต่อไปหรือเปล่า

นักเตะที่แฟนหงส์ยี้ที่สุดอย่างลูคัสวันนี้ถือว่าเล่นดีเพราะมีส่วนกับเกมและทำตัวมีประโยชน์มากกว่านัดอื่นส่วนอินซัวยืนตำแหน่งดีกว่าดอสเซน่าเห็นๆเพียงแต่ตอนนี้ลิเวอร์พูลขึ้นเกมตรงริมเส้นลำบากเพราะเคาท์ก็ช้าส่วนริเอร่าเจอรุม 2-3 คนตลอด

ก่อนหมดเวลา 3 นาทีวิมเบิลดันเอ้ยลิเวอร์พูลมาตีเสมอสุดช็อกจากบอลที่เป็นรองเห็นๆเป็นแอกเกอร์สาดยาวเคลียร์จากหน้าประตูตัวเองโด่งมาให้คีนวิ่งหน้าตั้งร่วมกับสองกองหลังอาร์เซนอลแต่ด้วยความที่ออกตัวเร็วกว่าหนึ่งก้าวทำให้ถึงบอลและตะบันเต็มข้อทันทีที่เด้งตกลงมาต่อหน้าต่อตาบอลแสกหน้าอัลมูเนียเข้าไปชนิดตาข่ายแทบเป็นไฟ เสมอกันแล้ว 1-1

เกมเกือบช็อกรอบสองเมื่อนาทีสุดท้ายเคาท์แย่งบอลจากกลิชี่ตรงกรอบโทษฝั่งขวาก่อนตบมาเสาสองให้เจอร์ราร์ดแต่บอลแรงเกินไปนิดทำให้แข้งทีมชาติอังกฤษต้องทิ้งตัวสไลด์บอลเลยข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

ตอนนี้เกมเป็นของทีมเยือนช่วงทดเจ็บเคาท์ใจเด็ดยิงไกลตรงฝั่งกรอบโทษขวาบอลพุ่งเลียดแต่อัลมูเนียล้มตัวปัดปลายมือออกหลังนิดเดียว หมดครึ่งแรกเกมเสมอกันแบบเร้าใจ 1-1

ครึ่งหลังอาร์เซนอลสถานการณ์ไม่ดีเชสก์เล่นต่อไม่ไหวเป็นดิยาบี้ลงมาแทนและเล่นมา 2 นาที"หงส์แดง"เกือบขึ้นนำจากลูกยิงไกลบนเส้นโทษของลูคัสหลังกัลลาส์เคลียร์ออกมาไม่ดีแต่อัลมูเนียล้มตัวปัดทิ้งหวุดหวิด

ช่วงนี้ลิเวอร์พูลเล่นอย่างมีชีวิตชีวาเป็นฝ่ายเข้าทำจนอาร์เซนอลต้องช่วยกันวิ่งไล่บ้างแล้ว นาที 53 เจอร์ราร์ดแทงออกปีกซ้ายให้อินซัวเติมเกมขึ้นมาก่อนเปิดแรงระดับเอวเข้ากรอบโทษให้คีโน่กระโดดดีดแต่เจอตัวประกบตามตื้อบอลเลยเลือกมุมไม่ได้ก่อนที่อัลมูเนียจะกระโดดเซฟง่ายๆ

ตกลงนี่บ้านใครกันแน่เพราะนาที 57 มีช็อตต่อบอลระดับเทพของ"หงส์แดง"ตั้งแต่แดนตัวเองไล่มาจนถึงกลางสนามตั้งแต่คีนลงมาช่วยหลัง,อลอนโซ่,ลูคัส,เจอร์ราร์ดก่อนเป็นเคาท์ที่ได้จบสกอร์แต่ดันยิงไปแฉลบกองหลังออกหลังได้เตะมุม ต่อบอลสุดยอดมาก ต้องรีบหาคลิปมาดูด่วน!!!
 
แต่แล้วนาที 61 เกิดเหตุการณ์พลิกผันเมื่ออาร์เซนอลมาเหลือ 10 ตัวจากจังหวะบอล 50-50 ที่อเดบายอร์หมุนเอาตัวบังบอลใส่อาร์เบลัวที่เหมือนยกขายันแล้วมีวาดแขนไปโดนหน้าแบ็คสเปนอีกด้วยแต่จากภาพช้าไม่ใช่เช่นนั้นเลยแต่ฮาวเวืร์ด เวบบ์ชูใบเหลืองที่สองไล่ออกไปเรียบร้อยแล้ว เวนเกอร์ลุกมาโวยวายด่าขโมงเลยทีเดียว

แต่พอตัวน้อยกว่าความมุ่งมั่นของเจ้าถิ่นกลับมีมากขึ้นและเป็นฝ่ายเริ่มทำเกมใส่ลิเวอร์พูลอีกครั้งแล้วแต่เกมชักเดือดหลังซาญ่าไปเสียบถอนรากริเอร่าตครงริมเส้นเลยรับใบเหลืองไป

นาที ภาพตัดมาที่ม้านั่งสำรองสตีาฟโค้ชหัวหยิกโทรศัพท์อีกแล้วน่าจะมีโฟนอินจากราฟาให้เปลี่ยนเอาบาเบิ้ลมาแทนริเอร่าที่เพิ่งโดนเตะจนไปนอนนับสิบ

นาที 73 ฟาน เพอร์ซี่ที่ต้องทำงานหนักเพราะเป็นกองหน้าตัวเดียวได้ซัดไกลนอกเขตแต่เรน่าพุ่งล้มเซฟสองแขนติดมือ

ช่วง 15 นาทีสุดท้ายทั้งสองทีมเปิดแลกกันสนุกเพราะเกมรุกถึงอีกฝั่งรวดเร็วเอามากๆ แต่อาร์เซนอลเสียเปรียบตรงที่ตัวน้อยกว่าเลยเหมือนตัวไม่เต็มเท่าไหร่

ก่อนหมดเวลา 4 นาทีลิเวอร์พูลเกือบขึ้นนำหลังแอกเกอร์โมโหหิวเติมเกมรุกก่อนยิงไกลลูกถนัดบอลติดไซด์ผ่านมืออัลมูเนียแต่เฉี่ยวสามเหลี่ยมแค่ไม่กี่มิลเท่านั้นเอง

นาทีสุดท้ายอินซัวที่วันนี้น่าจะเป็นคนที่เล่นดีที่สุดฝั่งลิเวอร์พูลเปิดบอลจากซ้ายบอลเลยเอ็นก็อกตัวสำรองมาถึงเอล ซาร์ตัวสำรองอีกคนที่ขวิดโหม่งบอลหลุดเสาออกไปแบบน่าเข้าสุดๆ

จากนั้นเวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้หมดเวลาเสมอกันไป 1-1 ทำให้ลิเวอร์พูลนำจ่าฝูงต่อไปอย่างน้อยถึงวันจันทร์ส่วนอาร์เซนอลคงต้องไประบายกับทีมเล็กเพื่อ"เสือเตี้ย"(สะสม)แต้มลุ้นแชมป์ต่อไป



Last Updated on Monday, 22 December 2008 21:47