อารอน แรมซี่ย์" กับ "โอกาส" ที่มาเคาะเรียกถึงประตู PDF Print E-mail
Written by Administrator   
Sunday, 03 January 2010 18:06

Ramsy

 

เมื่อลองมองย้อนกลับไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2008 ชื่อของเจ้าหนู "อารอน แรมซี่ย์" มิดฟิลด์ดาวรุ่ง ของ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ กลายเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว เมื่อ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความต้องการได้ตัวเขาไปร่วมทีม หลังจากโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม จนมีส่วนช่วยให้ คาร์ดิฟฟ์ เป็นม้ามืดเข้ารอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ในปีนั้นได้สำเร็จ ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น

 

เซอร์ อเล็กซ์ มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับ เดฟ โจนส์ กุนซือทีม "บลูเบิร์ดส์" เกี่ยวกับการซื้อตัว แรมซี่ย์ และเป็นที่คาดหมายว่า ดาวรุ่งชาวเวลส์ คงจะได้ไปโชว์ฝีเท้าในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แน่นอน ก่อนที่ อาร์เซน่อล และ เอฟเวอร์ตัน จะเข้ามาร่วมวงไล่ล่าตัวนักเตะไปร่วมทีมด้วยเช่นกัน
 
แม้ว่าโอกาสย้ายไปร่วมทีมที่เพิ่งคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และแชมป์พรีเมียร์ลีก มา 2 ฤดูกาลติดต่อกัน จะมารออยู่ตรงหน้าแล้ว แต่ แรมซี่ย์ กลับมีความคิดที่แตกต่างออกไป เมื่อเขาได้รับความแนะนำจาก เทอร์รี่ เบอร์ตัน ผู้ช่วยกุนซือ คาร์ดิฟฟ์
 
"ผมบอกกับ อารอน ว่า - ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แต่ถ้าคุณมีโอกาส ขอให้เลือก อาร์เซน่อล เนื่องมาจากวิธีที่พวกเขาเล่น และวิธีที่คุณเล่น" เบอร์ตัน ทำได้แค่ชี้แนะสิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุดสำหรับนักเตะที่เขาปั้นมากับมือ และในที่สุด ห้องเครื่องเลือดมังกรแดง เจ้าของฉายา "แรมโบ้" ก็ได้มาเป็น 1 ในขุนพล "เดอะ กันเนอร์ส" ในเดือนมิถุนายน ปี 2008
 
ตอนนี้ดูเหมือนว่า การตัดสินใจครั้งนั้นกำลังได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เมื่อในปี 2010 นี้ อาจจะเป็นปีที่ แรมซี่ย์ ก้าวขึ้นมาเป็น 1 ในดาวเด่นของพรีเมียร์ลีกได้ เมื่อเขาซัดประตูสุดสวยในเกมที่ "ปืนใหญ่" บุกไปเอาชนะ พอร์ทสมัธ 4-1 เมื่อวันพุธที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมกับคำพูดที่แสดงความรู้สึกของเขาว่า "นี่ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผมในสีเสื้อของ อาร์เซน่อล" หลังจากได้โอกาสลงสนามครบทั้ง 8 นัด นับตั้งแต่ทีมพ่ายคารังต่อ เชลซี 3-0 เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน
 
"ตั้งแต่ผมย้ายมา อาร์เซน่อล ผมคิดว่าผมพัฒนาขึ้นอยู่ตลอดเวลาในฐานะนักเตะ แน่นอนว่ามันเป็นผลจากการได้ร่วมฝึกซ้อมกับบรรดานักเตะระดับโลก และการได้โอกาสลงเล่น ผมคิดว่า ผมยังสามารถพัฒนาในส่วนของมุมมองที่มีต่อเกม และผมสามารถใช้โอกาสนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผมสามารถทำอะไรได้บ้าง"
 
"โอกาส" ของ แรมซี่ย์ น่าจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคมนี้ เมื่อ เชส ฟาเบรกาส กัปตันทีม จะหมดสิทธิลงสนามอย่างน้อย 2 นัด เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า เช่นเดียวกับ ธีโอ วัลคอตต์ และ เดนิสสัน ก็ยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ ขณะที่ อเล็กซ์ ซง จะติดภารกิจรับใช้ ทีมชาติแคเมอรูน ในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ที่ประเทศแองโกล่า ทำให้ อาร์เซน่อล ต้องเสียผู้เล่นในแดนกลางไปหลายตำแหน่ง แต่ แรมซี่ย์ เชื่อว่า เขาสามารถเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้นได้
 
"แน่นอนว่า ผมรู้สึกคล่องตัวกับการเล่นรุก การเติมเกม และการเข้าไปในกรอบเขตโทษมากกว่า แต่ผมเคยรับบทมิดฟิลด์ตัวรับมาแล้วในเกมกับ วูล์ฟส์ และผมยังทำหน้าที่เดียวกันนี้ใน ทีมชาติเวลส์ ด้วย ดังนั้น ผมจึงมีความมั่นใจมากในการเล่นตำแหน่งนั้น และคิดว่าผมสามารถทำหน้าที่ได้ดี"\
 
"ผมคงจะไม่มายืนอยู่ตรงนี้ ถ้าผมคิดว่าผมไม่สามารถเติมเต็มตำแหน่งเหล่านั้นได้ นี่จะเป็นเดือนที่มีความสำคัญมาก มีปัญหาบาดเจ็บมากมายในทีม ผมต้องการยึดตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ และหวังอย่างยิ่งว่า ด้วยโอกาสเหล่านี้ ผมจะพิสูจน์ได้ว่า ผมมีศักยภาพพอจะลงสนามเป็น 11 คนแรก ให้กับทีมอย่าง อาร์เซน่อล ได้"
 
นอกจากนี้ ฟอร์มการเล่นของ อาบู ดิอาบี้ มิดฟิลด์เลือดน้ำหอม ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อผลงานของ "ไอ้ปืนใหญ่" ในเดือนนี้ หลังจากเจ้าตัวเพิ่งจะขยายสัญญาค้าแข้งในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ออกไปจนถึงปี 2014 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
อาร์แซน เวนเกอร์ หวังว่า ทั้ง ดิอาบี้ และ แรมซี่ย์ จะเป็นหัวใจสำคัญของทีมในระยะยาวได้ โดยกล่าวว่า "อาบู โชว์ฟอร์มในสนามได้ยอดเยี่ยมมาก และมีศักยภาพพอที่จะเป็นกำลังสำคัญของ อาร์เซน่อล ไปได้อีกหลายปี และผมยังเชื่ออย่างยิ่งว่า อารอน แรมซี่ย์ จะเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ เป็นผู้เล่น อาร์เซน่อล ที่ยิ่งใหญ่ เขามีความสามารถครบเครื่อง และผมเชื่อว่า เขาจะเล่นร่วมกับ เชส ได้"
 
แรมซี่ย์ ทำผลงานได้โดดเด่นมาก เมื่อเขามาสวมบทบาทของ ฟาเบรกาส ในช่วงที่ จอมทัพเลือดกระทิงดุ ได้รับบาดเจ็บ แต่ทั้งคู่จะสามารถเล่นร่วมกันในอนาคตได้หรือไม่ นี่ทำให้นึกถึงสถานการณ์ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ในการเล่นให้ทัพ "สิงโตคำราม" อังกฤษ ก่อนยุคของ ฟาบิโอ คาเปลโล่ เมื่อทั้งสองคนทำหน้าที่ให้ต้นสังกัดของตัวเองเป็นอย่างดี แต่ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เมื่อจับคู่กันในทีมชาติ
 
หลายคนมองว่า เวนเกอร์ กำลังบ่มเพาะ แรมซี่ย์ ให้สุกงอมเต็มที่ เพื่อขึ้นมาเป็นตัวแทนของ ฟาเบรกาส ที่อาจจะย้ายกลับไปค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ในอนาคต อย่างไรก็ตาม กุนซือเฟร้นช์แมน มั่นใจว่า เขาสามารถฝากเกมกลางสนามไว้กับลูกทีมทั้ง 2 คนของเขาได้
 
"ผมมั่นใจว่า อารอน จะเข้าขากับ เชส ได้ดี ผมคิดมาตลอดว่า ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมสามารถเล่นร่วมกันได้เสมอ ตราบใดที่พวกเขาให้ความสำคัญกับเกมมาเป็นอันดับแรก และตราบเท่าที่พวกเขายังเคารพต่อเกม สิ่งที่พวกเขาต้องมีอยู่ในสามัญสำนึกเวลาที่พวกเขาอยู่ในสนาม คือพวกเขาต้องย้ำกับตัวเองว่า - ฉันไม่กลัวที่จะเล่น ฉันมาที่นี่เพื่อเล่น"

 


     

บ่อน้ำร้อน
Credit:Siamsport.com